PDFCraft ใช้แทน Adobe วิธีใช้ รองรับภาษาไทย
เปลี่ยนมาใช้ PDFCraft โปรแกรมแก้ไข PDF ฟรีที่รองรับภาษาไทยได้สมบูรณ์แบบ แทนการเสียค่าใช้จ่ายให้ Adobe รายเดือน วิดีโอนี้จะสาธิตวิธีการติดตั้งและตั้งค่าการใช้งา
ปลดล็อกกำแพงภาษาไทยใน PDFCraft 0.13.0: ก้าวสำคัญสู่การยกเลิก Subscription โปรแกรมเอกสารแบบถาวร
"ถึงเวลาที่เราลอยคอ เอ๊ย รอคอยนะครับ สำหรับ PDF ตัวฟรีที่แทบจะใช้แทน Adobe ได้ วันนี้เราใช้งานภาษาไทยได้แล้ว ถึงเวลาหรือยังที่เราจะเลิก Subscribe แล้วหันมาใช้ของฟรีและดีแบบนี้อย่างจริงจัง" — หมาก ดิจิทัล, "PDFCraft ใช้แทน Adobe วิธีใช้ รองรับภาษาไทย", [00:00:00]
(สารภาพตามตรงครับว่าหลังจากคลิปก่อนที่ผมบ่นเรื่องพิมพ์ภาษาไทยไม่ได้ใน PDFCraft มีหลายท่านคอมเมนต์ถามกันเข้ามาเยอะมากว่าเมื่อไหร่จะแก้ได้ พอตัวอัปเดตเวอร์ชัน 0.13.0 เด้งขึ้นมาใน ArtCraft Launcher ผมเลยรีบกดอัปเดตแล้วนั่งเทสทันที ยอมรับว่าโล่งใจไปเปลาะใหญ่เลยครับ 555)
Native Thai Support: ทะลวงคอขวด Text Engine
Pain Point ใหญ่ที่สุดของโปรแกรมเอกสารฝั่ง Open Source สำหรับผู้ใช้ในบ้านเราคือเรื่องฟอนต์ภาษาไทยและระบบตัดคำ ซึ่งตัวอัปเดตล่าสุดแก้โจทย์ข้อนี้ตรงจุด
Note 1: ในเวอร์ชัน 0.13.0 ทางทีมพัฒนาได้ปรับ Clean UI ฝั่ง Edit Mode ให้เรียบง่ายขึ้นมาก แค่คลิกกล่องข้อความก็พิมพ์แก้ไขคำไทยได้ทันที โดยมีฟอนต์มาตรฐานอย่างสารบรรณ (Sarabun) ฝังมาให้ในตัวแบบ Out-of-the-box
Note 2: ประเด็นเรื่อง Typeface Licensing เป็นสิ่งที่หลายคนมองข้าม ถ้าเอกสารไม่ได้ฝังฟอนต์มาแล้วเราพยายามโหลดฟอนต์แปลกๆ จากเครื่อง ระบบจะมีการตรวจสอบสิทธิ์ หากเป็นฟอนต์ที่มีลิขสิทธิ์ปิด ระบบจะฟ้องเตือนทันที ทางแก้ที่ดีที่สุดคือการดึงฟรีฟอนต์ที่ใช้สัญญาอนุญาตแบบ Open Font License (OFL) หรือ MIT จาก Google Fonts เช่น Chakra Petch หรือ Chonburi เข้ามาใช้แทน
- รองรับการแก้ไขข้อความภาษาไทยได้โดยตรงผ่านโหมด Edit PDF ในเวอร์ชัน 0.13.0 เป็นต้นไป
- มีระบบ Embed Font ตรวจจับสัญญาอนุญาตฟอนต์ลิขสิทธิ์อัตโนมัติ เพื่อป้องกันปัญหาการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา
- รองรับการโหลดฟอนต์ภาษาไทยแบบ Open License จาก Google Fonts เข้ามาทำงานในเอกสารได้อย่างราบรื่น
Bug Triaging: วิธีรับมือช่องโหว่และข้อจำกัดในเวอร์ชันพัฒนา
เราคงไม่คาดหวังว่าซอฟต์แวร์เวอร์ชัน 0.13.0 จะสมบูรณ์แบบไร้ที่ติ แต่สิ่งที่สำคัญกว่าคือเรามี Workaround ที่ใช้งานได้จริง
Note 3: บั๊กสำคัญที่ยังหลงเหลืออยู่ในตัวพรีวิวนี้คือการแสดงผลภาษาไทยในโหมด Interactive Form Field เมื่อพิมพ์ข้อความภาษาไทยลงไปในช่องกรอกบนโปรแกรม ตัวอักษรจะกลายเป็นเครื่องหมายคำถาม (?) ซึ่งเกิดจาก Form Encoding ฝั่ง Client
Note 4: วิธีแก้ปัญหา (Workaround) ง่ายนิดเดียวครับ คือให้ใช้ PDFCraft ทำหน้าที่เป็น Form Designer หรือสร้างโครงสร้างช่องกรอกข้อความ (Prepare Form) ให้เสร็จ แล้วบันทึกไฟล์ จากนั้นส่งให้ผู้ใช้งานเปิดกรอกผ่านเว็บเบราว์เซอร์อย่าง Google Chrome หรือ Microsoft Edge ซึ่งมี Native PDF Engine ที่รองรับการพิมพ์ภาษาไทยในแบบฟอร์มได้ 100%
- สำหรับฟอร์มกรอกข้อมูล ให้ใช้ PDFCraft สำหรับการขึ้นแบบ Layout แล้วใช้ Modern Web Browser ในการกรอกข้อมูลภาษาไทยแทน
- หากเจอบั๊กข้อความแจ้งเตือนสีแดงตอนสลับฟอนต์ ให้สลับกลับมาใช้ฟอนต์มาตรฐานของระบบก่อนเซฟไฟล์
- ฟังก์ชัน Export เอกสารออกเป็นไฟล์ภาพ สามารถแปลงหน้าเอกสารความละเอียดสูงเป็น PNG ได้ในคลิกเดียว
The Inevitable Shift: วันที่ฟังก์ชันระดับโปรกลายเป็นของฟรีติดเครื่อง
ผมเข้าใจดีว่าหลายท่านอาจจะยังกังวลกับบั๊กเล็กๆ น้อยๆ ที่เกิดขึ้นในเวอร์ชันทดลอง แต่สิ่งที่ต้องพูดถึงคือ ความเร็วในการพัฒนาของคอมมูนิตี้ Open Source ยุคนี้วิ่งเร็วกว่ารอบการอัปเดตของซอฟต์แวร์ยักษ์ใหญ่หลายเท่าตัว
ถ้าเราเริ่มตอนที่ทุกอย่างสมบูรณ์แบบ 100% จนทุกคนในตลาดเลิกจ่ายค่าบริการรายเดือนกันหมดแล้ว เราก็คงไม่ทันคนที่เริ่มปรับโครงสร้าง Workflow องค์กรเพื่อตัด Fixed Cost ทิ้งไปตั้งแต่ตอนนี้
เหมือนกับที่ทุกบริษัทต้องปรับตัวจากการซื้อไลเซนส์ระบบปฏิบัติการแพงๆ มาใช้งาน Linux Server บนคลาวด์ ตอนนี้เครื่องมือฝั่งสำนักงานอย่างการจัดการเอกสาร PDF ก็กำลังเดินทางเข้าสู่จุดเปลี่ยนเดียวกัน
ผมจินตนาการว่าในอนาคตอันใกล้ กระบวนการจัดการไฟล์สัญญา การแก้ไขสไลด์ และการทำ Digital Workflow ในหน่วยงาน จะถูกจัดการผ่านซอฟต์แวร์ Local ที่ไม่มีค่าใช้จ่ายแอบแฝง โดยที่ทีมงานไม่ต้องแบกรับต้นทุนซอฟต์แวร์รายเดือนซ้ำซ้อนอีกต่อไปครับ
